เทศกาลทางยุโรป เรามาดูกันว่าที่ทวีปยุโรป มีเทศกาลอะไรกันบ้าง มาดูกันเลย

เทศกาลทางยุโรป มาพูดถึงเทศกาลทางยุโรป ที่มีมานานแสนนานแล้ว วันนี้เราก็จะมาพูดถึงเทศกาลทางยุโรป ย้อนไปตอนปีค.ศ. 1944 ซึ่งมีเทศกาลที่ผู้คนชาวสเปน ได้จัด เทศกาลปามะเขือเทศ ซึ่งเทศกาลปามะเขือเทศนั้น เพราะเขามีความเชื่อ จากต้นกำเนิดกันมาก่อน ซึ่งเทศกาลนี้จะเริ่มในเวลา 10 โมงของสเปน และจะต้องเป็นของเช้าวันพุทธในคืนของวันนที่ 27 สุดท้ายของเดือน ตุลาคม

เทศกาลทางยุโรป

และที่มาของคำว่าเทศกาลปามะเขือเทศ ซึ่งเกิดจากเหตุการณ์​ที่ วันรุ่นของชาวสเปนได้ทะเลาะวิวาทกัน และคนที่โดนกลุ่มวัยรุ่นหาเรื่อง เขามีแผงขายมะเขือเทศอยู่ด้วย พวกรุ่นจึงต่างกันหยิบลูกมะเขือเทศ เอามาขว้างปาใส่เขา และต่างคนก็ต่างปาลูกมะเขือเทศกัน จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงเข้ามามายุติการทะเลาะวิวาทกัน

และทำให้ทั้งสองฝ่ายนั้นโดนปรับค่าเสียหาย ที่ทำให้เกิดเหตุทะเลาะวิวาทกัน และในปีต่อมาชาวสเปนที่เป็นพวกวัยรุ่น ก็ยังไม่ลืมที่จะเปิดศึกกันอีกครั้ง แต่สิ่งที่ไม่เหมือนกันของปีนี้ ก็คือพวกเขานั้นพกมะเขือเทศ มากันจากบ้านและต้องลำบากเจ้าหน้าที่อีกครั้ง จนกระทั่งมาถึงปัจจุบัน เป็นที่กล่าวขานกัน ในประเทศสเปน

เทศกาลปามะเขือเทศ ที่ถูกจัดขึ้นมา อย่างยาวนาน และจัดมาทุกๆ ปี มากกว่า 60 ปีก็ว่าได้ และนี่เป็นเทศกาลทางยุโรป ที่เป็นเทศกาลปามะเขือเทศ ของชาวหมู่บ้าน บาเลนเซียน ประเทศสเปน

มาดูอีกหนึ่งเทศกาลทางยุโรป ว่าจะมีความน่าสนใจ อย่างไรบ้าง

ย้อนไปเมื่อเมื่อปีค.ศ. 1970 ที่ประเทศเบลเยี่ยม ในกรุงบรัสเซลส์ และเขาได้จัดเทศกาลนี้ขึ้นมา ชื่อว่า เทศกาลพรมดอกไม้ ที่ประเทศเบลเยี่ยม ในกรุงบรัสเซลส์ เราจะมาพูดถึงจุดกำเนิด ของเทศกาลพรมดอกไม้ ว่าจะยิ่งใหญ่แค่ไหน เทศกาลของประเทศอื่นๆ อาจจะเทียบกับเทศกาลนี้ไม่ได้เลย

เทศกาลทางยุโรป

เพราะทางของคนที่จัดเทศกาล เขาได้นำศิลปิน​มามากกว่า 50 คน ที่จะมาจัดเทศกาลพรมดอกไม้ โดยให้นักศิลปินจัดดอกไม้ตามพรม ที่ทางคนขัดงานได้เตรียมไวให้แล้ว เป็นพรมที่ยาวกว่า 1700 เมตร ซึ่งจะมีกมรจัดดอกไม้ให้เต็มพื้นที่ เพราะมีชาว บัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม ต่างคนจ่างรอดูกันว่าจะมีความสวยงามขนาดไหน ทุกคนต่างตั้งตารอคอยวันนี้ เพราะว่าเทศนี้มี 1 ครั้งใน 2 ปี

และยังมีแค่ 4 วันเท่านั้น ถึงแม้ว่าเทศกาลนี้จะเป็นเทศกาลอันยิ่งใหญ่ ไม่ใช่ว่าจะทำกันง่ายๆ เพราะจะต้องมีความร่วมแรวร่มใจกันทำ บนพื้นที่ขนาดใหญ่ และดอกไม้ที่เอามาใช้นั้น มีมากกว่า 70 ดอก ซึางนักท่องเที่ยวถ้าได้เข้าไปชมแล้ว จะติดใจอย่างแน่นอน เพราะเทศกาลนี้เป็นการฉลอง ที่ประเทศเบลเยี่ยม ได้เป็นประธานสหภาพของทวีปยุโรป จนทำให้พวกเขานั้นคิดว่า

จะต้องมีการฉลองในเรื่องดีๆ นี้กัน เลยทำให้เป็นต้นกำเนิด ของเทศกาลพรมดอกไม้ และหลังจากที่จัดเทศกาลตั้งแต่ปีค.ศ. 1970 จนมาถึงปัจจุบันนี้ก็ยังมี เทศกาลพรมดอกไม้ อยู่ทุกๆ ปี แต่สำหรับคนที่รักดอกไม้ชอบดอกไม้ สามารถจองทัวร์​ ยุโรป กันได้ เพราะเป็นเทศกาลที่มีเพียงแค่ 4 วัน ถ้าได้ไปเยือนแล้วทุกท่านจะตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่สวยงามมาก

และมีการจัดการแสดงของคนชาว กรุงบัสเซลส์ ซึ่งมีฉากหลังเป็นปราสาท ที่สวยงามมาก และเอกลักษณ์​ของปราสาทอันสวยงาม ที่เป็นตึกยาวอยู่ด้านหลัง ซึ่งนักศิลปินก็จะเรียงดอกไม้เป็นรูปทรงเลขาคณิต ทำให้ให้นักท่องเที่ยวได้มองความสวย ในหลายๆ มุม และการจัดสีดอกไม้ ที่เป็นสีที่ตัดกันอย่างลงตัว ซึ่งเทศกาลนี้บอกได้เต็มปากเลยว่า เป็นเทศกาลที่สวยงามมากที่สุดในทวีปยุโรป

และยังได้ไปสัมผัสกลิ่นดอกไม้ ที่มีกลิ่นหอมอบอวนเป็นอย่างมาก ถ้าท่านมีโอกาสแล้ว อยากจะให้ทุกท่านได้ไปเยือนที่นี่ดูสักครั้ง อาจจะไม่อยากกลับเลยก็ว่าได้ และนี่ก็เป็น เทศกาลพรมดอกไม้ ของกรุงบัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม

มาดูเทศกาลที่ผู้คนไม่ยอมรับ และมีคนฟื้นฟูเทศกาลนี้ขึ้นมาใหม่ มาชมกันเลย

เทศกาลที่จะพูดถึงนี้ ก็คือ เทศกาลหน้ากากเวนิสคาร์นิวัล เทศกาลนี้มีมาตั้งแต่ในปี 1268 แต่เทศกาลสวมหน้ากากนี้ เป็นการเฉลิมฉลอง ของชาวเวนิส ได้ร่วมกันคิดเทศกาลนี้กันขึ้นมา และได้รวมตัวก่อตั้งเป็นสมาคมของปี 1437 และในปีศ.ต. ที่ 18 เป็นยุคที่ชาวเวนิสรุ่งเรืองมากๆ และชาวเวนิสนั้น ยังได้สวมหน้ากากในทุกๆ วัน และพวกเขายังใส่หน้ากากออกจากบ้าน ถึงปีละ 8 เดือนเลยทีเดียว

ลองคิดกลับกันว่าถ้าเราไม่ใส่หน้ากาก ก็จำตัวอะไรๆไม่ถูก แต่สำหรับพวกเขาพอได้ใส่หน้ากากออกจากบ้านแล้ว พวกเขาจะใช้ชีวิตแบบเต็มที่ภายหลังหน้ากากที่ไม่รุ้ว่า เรานั้นเป็นใครมาจากไหน และเมื่อในปี 1798 ได้มีกองทัพนโปเลียนมายึดครองเมือเวนิส ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปอย่างทันที

ซึ่งห้ามมีการจัดเทศการใดๆ หรืองานที่เป็นงานรื่นเริง รวมไปถึงเทศกาลหน้ากากเวนิสด้วย และมาในปี 1971 ได้มีการจัดเทศกาลขึ้นมาใหม่ และได้ถูกดึงฟื้นคืนชีพขึ้นมา เพราะกลุ่มนักศึกษาของเมืองเวนิส ได้รื้อฟื้นเทศกาลนี้ขึ้นมาใหม่ และเปิดร้านขายหน้ากากสมัยใหม่ และให้มีการจัดเทศกาลเมื่อปี 1977 ชาวเวนิสจะแต่งตัวใส่เสื้อผ้าที่มีหลากสี และหน้ากากที่ตกแต่งลายแบบสมัยใหม่

และในตอนกลางคืนพวกเขาก็จะออกมา บนท้องถนนเพื่อที่จะ ดื่ม กิน และใช้ชีวิตแบบไม่ต้องกลัวใครรู้ว่าเป็นเรา ถ้าเราได้ไปเทศกาลนี้แล้ว รับรองว่าท่านจะไม่ลืม ประสบการณ์​นี้อย่างแน่นอน

เทศกาลทางยุโรป มาดูกันอีกหนึ่งเทศกาลทางยุโรป ที่ผู้คนส่วนมากไปเยือนกันมากมาย

เราจะมาพูดถึงเทศกาลที่ทั่วโลกนั้น ต้องรู้จักกันอย่างแน่นอน เทศกาลนี้มีชื่อว่า เทศกาลชาวไวกิ้ง เราจะมาพูดถึงจุดกำเนิดของ เทศกาลชาวไวกิ้ง ในประเทศ สกอตแลนด์​ โดยจะมีชนเผ่านักเดินเรือ ซึ่งมีประวัติมายาวนานมากกว่าหลายปี ซึ่งเป็นอาณาจักร​นิคมของหลายประเทศ ได้มีบทบาทการพัฒนา​ของทวีป ยุโรป ตั้งแต่ยุคแรกๆ เลยก็ว่าได้ และที่มีการจัดเทศกาลก็เพราะว่า ย้อนลำรึกถึงชาวไวกิ้งทุกๆ ประเทศ

ทางประเทศ สกอตแลนด์​ จึงได้จัด เทศกาลไวกิ้งขึ้นมา ซึ่งเป็นประเพณี​ที่ยิ่งใหญ่มาก และอลังการมากๆ ซึ่งจะมีการแสดงบทโหด ที่ชาวไวกิ้งได้ทำการรบราฆ่าฟันกัน และได้มีการเผาเรืออย่างแท้จริงอีกด้วย ซึ่งเทศกาลนี้จะจัดขึ้นในทุกๆ ปี และมีชาวสกอตแลนด์​รวมไปถึงนักท่องเที่ยว

ที่เข้ามารับชมเทศกาลไวกิ้งกัน อย่างล้นหลาม ซึ่งทุกคนที่มาจะแต่ตัวที่เป็นชุดนักรบ และมีชุดเกราะ เหมือนนักรบโบราณ และจัดขบวนเดินรอบเมืองท่าเรื่อ ประเทศสกอตแลนด์​ และในช่วงตอนตกค่ำแล้ว พวกเขาก็จะจุดไฟ และเผาเรือไวกิ้ง และหลังจากการเผาเรือเสร็จ

เพื่อที่จะให้ทุกคนรู้ว่า นี่คือการเปิดงานเทศกาลไวกิ้ง ก็จะมีการดื่มฉลองกัน และมีการเต้นรำกัน อย่างเมามันส์ ​ และเขาจะแสดงกันจนกว่า จะถึงเช้าของอีกวัน ก็คือตอนเช้าของอีกวัน และนับถือได้ว่าเทศกาลไวกิ้งนี้ เป็นเทศกาลที่จัดงานใหญ่มากๆ 

นักท่องเที่ยวไม่ควรที่จะพลาดกับเทศกาลนี้ เทศกาลไวกิ้ง ประเทศ สกอตแลนด์​ และยังเป็นเทศกาลที่ใหญ่ที่สุดในโลกจริงๆ รับประกันเลยว่า ทั้งสนุก และเล่นบทบาทเหมือนจริงมากๆ จองตั๋วบินไปชมกันได้เลย เทศกาลทางยุโรป 

และมาถึงเทศกาลทางยุโรป ที่สุดท้ายกันเลย ที่เราจะมาแนะนำให้กับทุกท่าน ที่ชอบไปศึกษาเทศกาลหรือชอบไปเที่ยว มาชมกันได้เลย

มาถึงเทศกาลสุดท้ายที่ใหญ่ที่สุด ในทวีปยุโรป ซึ่งอยู่ในประเทศเนเธอร์แลนด์ ณเทศกาลนี้มีชื่อว่า เทศกาลคิงส์เดย์ จะฉลองกันในวัน สิ้นเดือนของเดือนเมษายน แต่ในขณะนี้เทศกาลคิงส์เดย์ จะฉลองกันในวันที่ 28 เมษายน ซึ่งเป็นวันเกิดของผู้สืบราชสมบัติ ในปี 2014 และได้มีการฉลองควีน หรือคิง มาตั้งแต่ปี 1886

เทศกาลทางยุโรป

และเป็นวันที่ทุกคนในประเทศเนเธอร์แลนด์ จะต้องสวมใส่เสื้อสีส้ม ทุกคน เพื่อที่จะให้เป็นเกียรติแด่ราชวงศ์แห่งเนเธอร์แลนด์ เสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งมุมมองจากคนหลายคน อาจจะมองว่าการแต่งกายของคน ประเทศเนเธอร์แลนด์ เป็นเรื่องที่ตลก

ถึงแม้ว่าเขามีราชวงศ์แห่งเนเธอร์แลนด์เพียงคนเดียว และในเทศกาลนี้ จะมีพ่อค้าแม่ค้าพากันมาขายของในงานเทศกาลคิงส์ดดย์ ต้องการอย่างมาก ซึ่งส่วนมากจะขายอยู่ริมถนน และจากนั้น เมื่อขายของเสร็จแล้ว พวกเขาก็จะออกไปปาร์ตี้ในเมืองต่างๆ รอบประเทศ ของประเทศเนเธอร์แลนด์

เทศกาลนี้ มีความหมายว่า เป็นเทศกาลที่มีการเฉลิมฉลอง เทศกาลคิงส์เดย์ ประเทศเนเธอร์แลนด์ และนี่ก็คือเทศกาลทางยุโรปทั้งหมด ที่เราเอามานำเสนอทุกท่านได้รับรู้กัน เผื่อทุกท่านจะได้ไปสัมผัสกับเทศกาลเหล่านี้ได้ถึงที่ ส่วนนักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดกับเทศกาลเหล่านี้ เทศกาลทางยุโรป

เทศกาลในไทย