เทศกาลประหลาด สุดอันตราย บนโลกของเราแบ่งออกเป็นหลายทวีปมาก แต่ละทวีปก็มีเทศกาล วัฒนธรรม ประเพณีที่ต่างกัน แล้วเทศกาลสุดอันตรายมีที่ไหนบ้าง

เทศกาลประหลาด ในโลกของเรานี้มีหลายทวีป หลายประเทศ หลายเมือง แล้วยังแบ่งออกเป็นรัฐต่างๆ ชนเผ่าต่าง ๆ ซึ่งทำให้เกิดประเพณี และ เทศกาลต่าง ๆ ที่แตกต่างกันออกไป ตามแต่ละที่

และเทศกาลต่าง ๆ ส่วนมาก จะได้รับการสืบทอด มาเป็นระยะเวลานานแล้ว มีทั้งเทศกาลที่น่าสนใจ ไม่ควรพลาด ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตนี้ ควรจะไป แต่เทศกาลที่สุดแสนอันตราย ที่น่าไปชม

ก็มีเช่นกัน แต่ละทวีป ต่างมีเทศกาลที่น่าสนใจทั้งนั้น บางเทศกาลก็มีความน่าหวาดเสียว ที่เมื่อเข้าไปร่วมแล้ว ก็อาจจะอันตรายถึงชีวิตได้ แต่ผู้คนจำนวนมาก ก็อยากจะไปร่วมกิจกรรมนั้น วันนี้เราจะมาพูดถึง เทศกาลต่าง ๆ ที่เราอยากจะแนะนำ 

เทศกาลประหลาด

เทศกาลสุดแปลก และอันตราย ทั่วโลกมีเทศกาลอะไรที่สุดหวาดเสียวบ้าง 

เทศกาลปาส้ม เทศกาลนี้เกิดขึ้นที่เมืองอีเวรีย ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของอิตาลี จะมีเทศกาลประจำปีที่เรียกว่า เทศกาลปาส้ม ผู้คนทั้งหมด จะออกมารวมตัวกันบนถนน เทศกาลปาส้มนี้ได้มีการจัดขึ้นเพื่อย้อนอดีต

การสู้รบมีเรื่องเล่าว่า เมื่อยุคกลาง ชาวบ้านได้โค่นล้มทรราช จะมีทรราชอยู่ในรถม้า และใส่อุกรณ์ป้องกันขณะสู้รบกับชาวบ้าน ในปัจจุบันก็ได้มีการปาส้ม ระหว่างคนบนรถม้า กับคนที่ยืนอยู่ด้านนอกอย่างวุ่นวาย

ซึ่งการปะทะกับส้มผลใหญ่ ๆ โดยตรง ถึงแม้ว่ามันจะมีความสนุกนามเมามันส์ แต่ว่าการที่เราถูกโดนปาด้วยส้มผลใหญ่ ๆ อย่างจัง ๆ นั้น บอกได้เลยว่าเจ็บอยู่เหมือนกันน้า 

เทศกาลออนบาชิระ เทศกาลนี้เกิดขึ้น ณ ประเทศญี่ปุ่น ที่จะจัดขึ้นในทุก ๆ 6 ปี ตอนนี้เป็นระยะเวลากว่า 1200 ปีมาแล้ว จัดขึ้นที่ Suwa Shinto Shrine จะเอาเสาวัดชื่อออนบาชิระ ซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่า

เสานี้มีความหมายว่า เสาศักดิ์สิทธิ์ หรือ เสาเกียรติยศ จะเป็นไม้ที่ยาวถึง 17 เมตรเลยทีเดียว และหนักถึง 12 ตัน ถ้าจะย้ายทีนึงต้องใช้คนเป็นร้อย ๆ คนในการย้าย และมักจะมีหนุ่ม ๆ บางกลุ่มที่ชอบแสดงความกล้าหาญ โดยการขี่ท่อนซุง จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่มักจะมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสรุนแรง หรือ เสียชีวิตจากการโดนเสาทับ 

นอกจากเทศกาลสุดอันตรายแล้ว ญี่ปุ่นยังมีเทศกาล คานามาระมัตสุริ ที่จะจัดขึ้นทุก ๆ เดือนเมษายน และยังเป็นเทศกาลประจำฤดูใบไม้ผลิอีกด้วย  จัดขึ้นที่ศาลเจ้าคานายามะ เมืองคาวาซากิ จังหวัดคานางาวะ เทศกาลนี้มีความหมายว่า เทศกาลลึงค์เหล็ก เทศกาลนี้เกิดขึ้นจาก พื้นฐานความเชื่ออันลึกซึ้งของชาวญี่ปุ่น ซึ่งมองว่าความมีชีวิตชีวาทั้งหลาย

มักจะเกิดจากการรวมเป็นหนึ่งระหว่าง เพศหญิงและชาย ในเทศกาลนี้มักจะขอพรเรื่อง การมีลูก ความสมานฉันท์ของสามีภรรยา และ การค้าขายให้เจริญรุ่งเรือง ไม่ใช่แค่คู่ผัว – เมีย ที่อยากมีลูก แต่ยังมีคนทุกเพศ ทุกวัย และหลากหลายเชื้อชาติจากทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่กลุ่ม LGBT ก็มาเข้าร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก 

เทศกาลประหลาด

เทศกาลประหลาด เทศกาลสุดอันตราย และสุดแปลกทั่วโลกนั้น ยังมีอีกมากมาย ไปดูกันต่อว่ามีเทศกาลไหนที่อ่านแล้ว อยากจะไปเข้าร่วมกันเลยมั้ย 

เทศกาลกระโดดข้ามเด็กทารก หรือเรียกอีกชื่อว่า เทศกาลโกลาโช เป็นเทศกาลที่จัดขึ้นเป็นทุกปี ที่ประเทศสเปน โดยจะมีผู้ชายแต่งตัวเป็นปีศาจ ใส่ชุดสีแดงกับสีเหลือง จะกระโดดข้ามเตียงกับทารกที่เกิดภายใน 12 เดือนก่อนหน้านี้ โดยพ่อแม่ของเด็กทารก จะเอาลูกของตัวเอง มาวางไว้ที่กลางถนนในหมู่บ้าน แล้วผู้ชายที่ใส่ชุดปีศาจก็จะกระโดดข้ามเด็กที่นอนอยุ่บนถนน

โดยมีความเชื่อว่า การกระโดดข้ามเด็กทารกของปีศาจนั้น เด็ก ๆ จะได้รอดพ้นจากปีศาจ หรือจะพูดง่าย ๆ ว่าเพื่อปกป้องเด็กทารก จาก ภูติผีปีศาจ และโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ถึงแม้ว่าจะเป็นหนึ่งในเทศกาล

ที่อันตรายที่สุดในโลก แต่ก็ไม่เคยมีรายงานว่า เอล โกลาโช่ คนที่กระโดดข้ามเด็กทารกนั้น เคยล้ม หรือกระโดดพลาดเหยียบตัวเด็กเลย เห็นแบบนี้แล้ว มีใครสนใจพาลูกเล็กเด็กแดง ที่พึ่งเกิดใหม่ กำจัดสิ่งชั่วร้ายถึงสเปนกันบ้าง 

เทศกาลประหลาด

เทศกาลสุดอันตรายที่เกิดขึ้นระหว่างคน กับ สิ่งของผ่านไปแล้ว มาดูเทศกาลสุดอันตราย ที่เกิดขึ้นระหว่างสัตว์ กับ คน กันบ้างดีกว่า 

เทศกาลสุดอันตรายที่ว่านี้ก็คือ เทศกาลวิ่งวัวกระทิง เป็นเทศกาลที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี จัดขึ้นที่เมืองปัมโปลนา ประเทศสเปน จะจัดวันที่ 6 – 14 กรกฎาคม ของทุกปี เทศกาลวิ่งวัวกระทิงนี้ เป็นเทศกาลประจำปี

ของสเปนที่โด่งดังไปทั่วโลกเลย โดยผู้ที่เข้าร่วมการวิ่งหนีวัวกระทิงนั้น จะต้องสวมชุดสีขาว และ พันด้วยผ้าพันคอสีแดง เพื่อดึงดูดวัวกระทิง โดยในตอนเช้าของวันงาน จะมีการปล่อยวัวกระทิงออกจากคอกวัว

ให้วิ่งไปตามเส้นทางประมาณ 800 กว่าเมตร เพื่อไปที่สนามแข่งวัวกระทิงของเมือง ที่จะมีมาทาดอร์ รอต่อสู้กับวัวกระทิง และผู้กล้าจะต้องวิ่งไปพร้อมกับ วัวกระทิง ถือว่าเป็นเทศกาลที่สุดแสนอันตราย

เทศกาลนี้มีตั้งแต่ปี 1910 และในปีนั้นมีผู้บาดเจ็บมากถึง 300 คน และมีผู้เสียชีวิต 15 คน เทศกาลวิ่งวัวกระทิงนี้ มักจะเป็นที่นิยมในหมู่คนที่บ้าพลัง และคนกล้า ที่อยากจะพิสูจน์ความแข็งแรงของตัวเอง 

เทศกาลสุดแสนอันตราย น่ากลัวและ สยดสยองในเวลาเดียวกัน 

เทศกาลนี้เกิดขึ้นที่ประเทศฟิลิปปินส์ และมักจะออกข่าว ลงหนังสือพิมพ์อยู่บ่อย ๆ แทบจะทุกปีเลยก็ว่าได้ เป็นเทศกาลของชาวตะวันตกนั่นก็คือ อีสเตอร์ แต่ที่ฟิลิปปินส์กลับไม่เป็นอย่างนั้น

ไม่ได้เป็นแบบที่ทุกคนคิด จะมีแต่ผู้กล้าหาญเท่านั้น ที่เข้าร่วมในเทสกาลนี้ เพราะว่าหนุ่ม ๆ ชาวฟิลิปปินส์ที่เข้าร่วมพิธีนั้น จะเปลือยร่างกายท่อนบน การเอาแส้ฟาดที่หลังจนเลือดสาดเลยทีเดียว น่ากลัวมาก หรือ บางคนก็ตอกตะปูลงบนแขนตัวเองเพื่อตรึงไว้บนไม้กางเขน เพื่อทำตัวเลียนแบบพระเยซู ช่างกล้ากันจริง ๆ 

เทศกาลขว้างไฟ ของชาวอินเดีย หรือเรียกว่า Agni Keli เป็นเทศกาลที่จัดขึ้นที่เมืองมังคาลอร์ในประเทศอินเดียในเดือนเมษายนของทุกปี และใช้เวลาในการทำพิธีกรรม นานถึง 8 วัน เพื่อบูชาพระแม่ทุรคา เทพีแห่งสงครามตามความเชื่อของศาสนาฮินดู สำหรับกิจกรรมขว้างไฟ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรม จะแบ่งออกกันเป็นสองกลุ่ม

จะยืนห่างกันคนละประมาณ 50 ฟุต หลังจากนั้นก็จะขว้าง ปา และโยน กิ่งไม้ที่ติดไฟใส่กัน โดยมีเป้าหมายว่า ต้องขว้างให้โดนใครสักคน ถ้าหากใครโดนกิ่งไม้ไฟ ก็จะต้องรีบเอาน้ำศักดิ์สิทธิ์ ราดตามตัวทันทีเพื่อไม่ให้เกิดบาดแผลมากนัก และเพื่อป้องกันแผลไฟไหม้ ไม่ให้รุนแรง ลุกลาม ดังนั้นผู้เข้าร่วมกิจกรรม จึงสวมเสื้อผ้าน้อยชิ้น 

เทศกาลที่สุดแสนอันตราย น่าหวาดเสียวของอินเดีย ยังไม่จบลงเพียงเท่านี้ ยังมี เทศกาลทิมิติ หรือ เทศกาลเดินลุยไฟ ของชาวฮินดู จะเฉลิมฉลองในช่วงเดือนตุลาคม ถึง พฤศจิกายนของทุกปี เพื่อเป็นการบวงสรวงเหล่าเทพเจ้า ชาวฮินดูจะเดินเท้าเปล่า บนถ่านที่ไฟกำลังลุกโชกโชน หากใครเดินไม่ระมัดระวัง แล้วสะดุดล้มหน้าทิ่มกองไฟหละก็ เสียโฉมแน่ ๆ แค่คิดก็สยองแล้ว 

ชมเทศกาลสุดอันตรายต่าง ๆ ทั่วโลกกันไปแล้ว ไทยเราก็มีเทศกาลสุดอันตราย ที่ทุกคนคาดไม่ถึงเช่นกัน

นั่นคือ เทศกาลกินเจ ของไทย ก็ถูกจัดอันดับให้เป็น เทศกาลที่อันตรายที่สุดในโลกเช่นกัน เทศกาลกินเจนี้ มีตำนานมาเป็นระยะเวลายาวนานแล้ว เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2368 ที่ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ซึ่งคนไทยเชื้อสายจีน จะเริ่มกินเจกัน 9 วัน 9 คืน ร้านค้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ จะประดับ ตกแต่งไปด้วย ธงสีเหลือง เพื่อเป็นการแสดงความหมายถึง

ช่วงเวลาที่ไม่ทานเนื้อสัตว์ จุดประสงค์ของเทศกาลกินเจ ก็คือการชำระล้างบาป และปฏิบัติธรรม เพื่อให้ผู้ที่กินเจนั้น มีความบริสุทธิ์ทั้งกาย วาจา ใจ และยังเป็นการทำบุญ ให้กับญาติ บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว และตลอด 9 วันนี้ ก็จะมีประเพณี และ พิธีกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อ ซึ่งนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย และ ชาวต่างชาติที่มาเที่ยวภูเก็ต

ต่างตั้งตารอชมพิธีต่าง ๆ ผู้ที่ทำพิธีส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชาย มีผู้หญิงบ้าง แต่ว่าน้อย หรือที่เรียกว่า ม้าทรง จะกลืนสิ่งของต่าง ๆ เข้าร่างกาย เช่น เข็ม ใบมีด หรือเดินลุยไฟด้วยเท้าเปล่า

แล้วยังมีปีนบันไดที่ทำจากใบมีดอีกด้วย แล้วยังมีการแสดงอิทธิฤทธิ์ต่าง ๆ ที่น่ากลัว สยดสยองมาก ถ้าใครกลัวเลือด เตรียมปิดตาได้เลย เพราะอาจจะมีเข่าอ่อน หรือเป็นลมกันไปข้างนึงบ้างแหละ ม้าทรง ในขณะที่ทำพิธีทรงเจ้า จะไม่มีความรู้สึกตัว ไม่เจ็บ ไม่แสดงอาการใด ๆ มีทั้งใช้เหล็กแหลมทิ่มตามร่างกาย แทงหน้า ใช้ดาบ มีด แทงตามตัว แล้วยังมีเสียงประทัด ดังตลอดทั้งงานอีกด้วย 

บาคาร่า จ่ายครึ่ง

สล็อต ฝากขั้น ต่ํา 50 บาท 

3 เทพสเต็ป 

เทศกาลแปลกๆ